ADS-7-5-653

คลิกที่นี้เพื่อพิมพ์ข้อความระบบ

1. สามารถเจาะผนังหรือหลังคาได้มั้ย❓

ถ้าเป็นบ้านเดี่ยวหรืออาคารที่สามารถเจาะผนังหรือหลังคาเพื่อต่อท่อออกได้ แนะนำเลือกใช้เครื่องดูดควันแบบต่อท่อออก เพราะให้กำลังดูดที่ค่อนข้างสูงและกำจัดไอน้ำมันและกลิ่นได้เป็นอย่างดี แถมยังอายุการใช้งานยืนยาวอีกด้วย
แต่ถ้าเป็นคอนโด หรืออาคารที่ไม่อนุญาตให้เจาะ ก็ต้องพิจารณาเป็นเครื่องดูดควันประเภทหมุนเวียน 🔄 ซึ่งใช้แผ่นฟิลเตอร์กรองอากาศ ช่วยกรองไอน้ำมันและกลิ่น คล้ายๆ เครื่องกรองฝุ่นภายในบ้านที่ช่วยให้อากาศที่ดีกลับมาหมุนเวียนภายในห้อง เครื่องดูดควันชนิดนี้จะมีข้อดีตรงติดตั้งง่ายเพราะไม่ต้องเจาะและเดินท่อ แต่ว่ากำลังดูดจะค่อนข้างต่ำจากแผ่นกรอง และจำเป็นต้องทำความสะอาดแผ่นกรอง และเปลี่ยนไส้กรองคาร์บอนเป็นประจำ
2. ติดเครื่องดูดควันตรงไหน❓
ตำแหน่งของเครื่องดูดควันจะอยู่ด้านบนเหนือเตาเป็นระยะ 65-75ซม. เสมอ แต่ว่าเตาของเราอาจจะอยู่ชิดกำแพง หรืออยู่บนเคาน์เตอร์ลอยกลางห้อง (Island) สำหรับห้องครัวใหญ่ๆ ก็ได้ ตรงนี้จึงต้องพิจารณาตรงจุดนี้ในการเลือกเครื่องดูดควันว่าเป็นแบบยึดติดกับกำแพง (Wall-Mount) ยึดติดกับตู้แขวนผนัง (Slim) หรือแบบที่สำหรับเคาน์เตอร์ลอย (Island) ซึ่งยึดกับเพดานครับ
3. ขนาดความกว้างของเตาเท่าไหร่❓
พิจารณาจากขนาดความกว้างหรือจำนวนหัวเตาของเตา โดยเครื่องดูดควันที่ดีควรกว้างกว่าเตา และยิ่งกว้างยิ่งดักไอได้ดีครับ
- สำหรับเตาที่กว้าง 30-40ซม. หรือ หัวเตาเดี่ยว แนะนำเครื่องดูดควันกว้าง 60ซม.
- สำหรับเตาที่กว้าง 70-80ซม. หรือ 2-3 หัวเตา แนะนำเครื่องดูดควันกว้าง 75-90ซม.
- สำหรับเตาฟู่หลายหัว แนะนำเครื่องดูดควันกว้าง 120ซม. ขึ้นไป
4. กำลังดูดแค่ไหนถึงเพียงพอ❓
กำลังดูดเครื่องดูดควันหมายถึง อัตราปริมาตรของอากาศที่ถูกดูดออกได้ต่อชั่วโมง (ลบ.ม./ชั่วโมง) ตัวเลขตรงนี้ ยิ่งสูงยิ่งดูดแรงสะใจ ครัวไทยทุกคนนะครับ
- สำหรับครัวทั่วไป แนะนำกำลังดูดที่ 1000 ลบ.ม./ชั่วโมง ขึ้นไป
- สำหรับครัวหนัก ผัดทอดเป็นประจำ แนะนำที่กำลังดูดสูงกว่า 1500 ลบ.ม./ชั่วโมง ขึ้นไป
5. ท่อดูดควันเลือกใช้ยังไง❓
สำหรับเครื่องดูดควันแบบต่อท่อออก โดยทั่วไปขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อจะอยู่ที่ 120-180มม. ขึ้นกับขนาดทางออกจากเครื่องดูดควัน โดยมีปัจจัยที่มีผลต่อกำลังดูดและเสียงที่เกิดจากเครื่องดูดควันดังนี้
- เส้นผ่านศูนย์กลางท่อ : ยิ่งใหญ่ ยิ่งได้กำลังดูดที่สูงขึ้น และเสียงที่เบาลง
- ความยาวของท่อ : ยิ่งยาว กำลังดูดจะยิ่งตก ความยาวที่แนะนำไม่เกิน 2 เมตร
- ข้องอของท่อ : ยิ่งข้องอมาก กำลังดูดจะยิ่งตก ไม่ควรมีเกิน 2 ข้องอ
ในส่วนของทางออกของท่อ ควรเลือกเป็นหน้ากากกันแมลงสำหรับออกผนัง หรือปล่องหมวกจีนสำหรับออกเพดาน โดยเลือกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่เท่ากับหรือใหญ่กว่าท่อเป็นหลัก
6. รูปร่างหน้าตาตรงใจ เข้ากับครัวหรือไม่❓
เนื่องจากเครื่องดูดควันจะติดกับครัวเราไปอีกนาน การเลือกเครื่องดูดควันที่สวย ถูกใจ ดูเข้ากับห้องครัวจะช่วยให้เรามีอารมณ์ที่ดีในการประกอบอาหาร ชิมอะไรก็อร่อยได้ครับ จริงๆ นะ 555
7. ฟังก์ชั่นพิเศษ จำเป็นมั้ย❓
ปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า 💡 เครื่องดูดควันจึงมีฟังก์ชั่นอัจฉริยะเข้ามาเติมเต็มความสะดวกสบาย อาทิเช่น ระบบทำความสะอาดอัตโนมัติ หรือ ระบบตั้งเวลาการใช้งาน การเลือกฟังก์ชั่นตรงนี้เข้ามาหรือไม่ พิจารณาจากพฤติกรรมการใช้งานอย่างเช่นถ้ามีการเช็ด ทำความสะอาด นำถาดน้ำมันไปเทเป็นประจำ ก็อาจไม่จำเป็นจะต้องมีระบบทำความสะอาด เป็นต้น
8. ใช้ไปนานๆ จะเสียหรือเปล่า❓
เนื่องจากเครื่องดูดควันจำเป็นต้องมีการติดตั้งเฉพาะและมีการเจาะผนังร่วมด้วย จึงไม่มีใครอยากที่จะเปลี่ยนเครื่องดูดควันบ่อยๆ กันมากนัก แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องดูดควันไหนตัวไหนที่จะอยู่กับเราไปได้นานที่สุด พิจารณาง่ายๆ ตามนี้ครับ
1.ฟิลเตอร์กรองไอน้ำมัน
ฟิลเตอร์ชนิดที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือแบบซี่ๆ Baffle Filter เป็นแผ่นกรองที่ดักน้ำมันได้ดี และไม่กระทบกำลังดูดมากนักเหมือนแบบตาข่าย (Mesh) แบบแต่ก่อน ฟิลเตอร์ที่ดักไอน้ำมันได้ดีจะช่วยให้ไอน้ำมันไปถึงมอเตอร์และใบพัดน้อยลง ช่วยยืดอายุการใช้งานได้เป็นอย่างดี

2.ชนิดมอเตอร์ ควรเลือกมอเคอร์ที่มีใบพัดที่เป็นโลหะ และกำลังดูดที่วัตตเยอะๆ

3.คุณภาพวัสดุ ควรเลือกเครื่องดูดควันที่ใช้วัสดุที่ทนทาน อย่างเช่น สเตนเลสสตีลหรือกระจกนิรภัยเกรดดี มีความหนามากกว่า ย่อมทนทานกว่าเกรดที่ต่ำกว่า หรือ ใบพัดมอเตอร์ที่เป็นโลหะย่อมทนทานกว่าที่เป็นพลาสติก เป็นต้น
4.การรับประกันและบริการหลังการขาย
เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน ควรเลือกที่มีการรับประกันที่นานและมีศูนย์บริการถึงพื้นที่ อย่างน้อยหากเกิดปัญหาสามารถติดต่อขอคำปรึกษาหรือให้ช่างประจำบริษัทเข้าไปดำเนินการแก้ไขให้ใช้งานต่อได้ มั่นใจเลือกใช้ไดน่าโฮม

คลิกที่นี้เพื่อพิมพ์ข้อความระบบ